โด้เหมาสอง ฝอยทอง เจ๊า ตราไก่ กอดคอเข้ารอบ

0
354

 

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดสองจุดโทษ พาโปรตุเกส เสมอกับ ฝรั่งเศส 2-2 ผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าท์ ด้วยกันทั้งคู่ และยังมีเยอรมัน เพื่อนร่วมกลุ่มอีกทีมที่เสมอกับฮังการี ผ่านเข้ารอบเช่นกัน

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2020” วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2564 เป็นเกมการแข่งขันนัดที่สามในกลุ่ม F “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส พบกับ “ฝอยทอง” โปรตุเกส ฟาดแข้งกันที่ปุสกัส อารีน่า เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

ฝรั่งเศส เกมที่แล้วทำได้แค่เสมอกับ ฮังการี 1-1 ทำให้พวกเขามี 4 คะแนน จาก 2 นัด นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม ผ่านเข้ารอบแน่นอนแล้ว แต่นัดนี้ยังต้องการชัยชนะเพื่อลุ้นเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม ขณะที่ โปรตุเกส เกมที่แล้วพ่าย เยอรมนี ลงเล่นไป 2 นัดมี 3 คะแนน ขอแค่เพียงผลเสมอก็จะเพียงพอต่อการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์

นาทีที่ 29 โปรตุเกส มาได้จุดโทษ จากจังหวะลูกฟรีคิกที่เปิดเข้าไปกลางประตู อูโก้ โยริส ถึงบอลช้ากว่า ดานิโล และกลายเป็นนายทวารฝรั่งเศสที่พยายามจะชกบอลแต่หมัดไปโดนหน้าของ ดานิโล เต็มๆ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษพร้อมแจกใบเหลือง สุดท้ายเป็นคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดเข้าไป ทีม “ฝอยทอง” ขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 45 ฝรั่งเศส มาได้จุดโทษคืนบ้าง จากจังหวะที่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ โดน เนลสัน เซเมโด้ กระแทกล้มในเขตโทษ และเมื่อดู VAR แล้วยืนยันให้เป็นจุดโทษ และเป็นคาริม เบนเซม่า ซัดเข้าไปไม่พลาด ตีเสมอเป็น 1-1 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังเริ่มมาเพียง 4 นาที น.49 ฝรั่งเศส มาได้ประตูพลิกแซง 2-1 จากจังหวะที่ พอล ป็อกบา จ่ายทะลุช่องมาให้ คาริม เบนเซม่า หลุดไปในกรอบเขตโทษ ก่อนซัดหนีมือ รุย ปาตริซิโอ บอลชนเสาเข้าประตู ซึ่งตอนแรกไลน์แมนยกธงล้ำหน้า แต่เมื่อเช็ค VAR แล้ว เปลี่ยนคำตัดสินมาให้เป็นประตู

นาทีที่ 58 โปรตุเกส มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ ชูลส์ คุนเด ไปทำแฮนด์ในเขตโทษ และเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดเข้าไปไม่พลาด “ฝอยทอง” ตามตีเสมอ 2-2 และทำให้ “โรนัลโด้” ซัดทาบสถิติของ อาลี ดาอี ในการยิงประตูในนามทีมชาติได้มากที่สุดของโลก จำนวน 109 ประตู

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่มีใครทำอะไรกันได้ หมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที ฝรั่งเศส เสมอกับ โปรตุเกส ไปแบบสุดมัน 2-2 แบ่งกันไปทีมละแต้ม กอดคอกันเข้ารอบน็อคเอาต์ได้สำเร็จ

จากผลสกอร์ดังกล่าวส่งผลให้ ฝรั่งเศส มี 5 คะแนน จบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ส่วน โปรตุเกส มีเพิ่มเเป็น 4 คะแนน เป็นหนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ผ่านเข้าไปพบกับของแข็ง อย่าง เบลเยียม ขณะที่ผลอีกหนึ่งคู่ เยอรมนี เสมอ ฮังการี 2-2 โดย “อินทรีเหล็ก” คว้ารองแชมป์กลุ่ม เข้าไปพบกับ อังกฤษ

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
โปรตุเกส : รุย ปาตริซิโอ (GK), เนลสัน เซเมโด, เปเป้, รูเบน ดิอาส, ราฟาเอล เกอร์เรโร่, เจา มูตินโญ่, ดานิโล่ เปเรยร่า, เรนาโต้ ซานเชส, แบร์นาร์โด ซิลวา, ดิโอโก โชต้า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ฝรั่งเศส : อูโก้ โยริส (GK), จูลส์ คุนเด, ราฟาเอล วาราน, เพรสเนล คิมเพมเบ, ลูคัส เอร์นองเดซ, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, พอล ป็อกบา, โกรองแตง โตลิสโซ, อองตวน กรีซมันน์, คีเลียน เอ็มบัปเป้, คาริม เบนเซม่า