หงส์ เรียงหน้ายิง บุกอัดเบิร์นลีย์ ทะยานขึ้นท็อปโฟร์

0
990

 

หงส์แดง ลิเวอร์พูล ปฏิบัติการล่าตั๋ว แชมเปี้ยนส์ ลีก สำเร็จอีกหนึ่งขั้นหลังบุกเอาชนะ เบิร์นลีย์ ไป 3-0 เก็บสามแต้มเบียด เลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปรั้งอันดับสี่ ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า ต้องตัดสินกันในนัดสุดท้าย

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
เบิร์นลีย์ 0-3 ลิเวอร์พูล

คู่ดึกกลางสัปดาห์ เบิร์นลีย์ อันดับ16 มี 39 แต้ม เปิดรังรับมือ ลิเวอร์พูล อันดับ 5 มี 63 แต้ม เกมนี้ เบิร์นลีย์ มี คริส วูด กับ จอช บราวนฮิลล์ นำทีมบุก ส่วน “หงส์แดง” มาพร้อม 3 ประสานหน้าเดิม โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ครึ่งแรกมา นาที 3 ลิเวอร์พูล ทักทาย เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยิงติดบล็อก ซาดิโอ มาเน่ วิ่งมาซ้ำก็หลุดออกหลัง ขณะที่ นาที 15 ทีมเยือนมาอีก ซาดิโอ มาเน่ ตอกส้นให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ยิงหน้าประตูแต่หลุดเสาเฉย

นาที 25 เบิร์นลีย์ สร้างโอกาสทอง แม็ทธิว ลอว์ตัน สาดยาวจากแดนตัวเองให้ คริส วูด วิ่งควบไปซัดเผาขนแต่หลุดกรอบเฉย ถัดมา นาที 38 เบิร์นลีย์ เกือบทำได้ ดไวท์ แม็คนีล เติมมารับบอลทางซ้ายแล้วหวดเปรี้ยงแต่ อลิสสัน เซฟทัน

เกมกำลังหมดครึ่งแรกแต่ นาที 43 หงส์แดง เอาจนได้ แอนดี โรเบิร์ตสัน วิ่งมาตบเข้ากลางให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ แปตุงตาข่าย 1-0 พร้อมกับจบครึ่งแรกไปด้วยผลนี้

ครึ่งหลัง นาที 51 ลิเวอร์พูล ได้เม็ดสองทิ้งห่าง ซาดิโอ มาเน่ หาช่องโยนโด่งให้ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ โขกไม่พลาด 2-0  นาที 68 เบิร์นลีย์ ชวดตีไข่แตก เบน มี โหม่งย้อยไปเสาสองแต่ แนตต์ ฟิลลิปส์ โหม่งสกัดทิ้งเส้นประตูหวุดหวิด

ท้ายเกม นาที 88 หงส์แดง จัดการฝัง อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน โยกหลอกทางขวาแล้วหวดซ้ายเข้าเสาแรก ให้ทีมขึ้นนำ 3-0 จบเกม ทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ เก็บเพิ่มเป็น 66 แต้มเท่ากับ เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ประตูได้เสียดีกว่าจนได้ขึ้นที่ 4 ก่อนต้องมาลุ้นตั๋ว ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก นัดสุดท้ายในบ้านเจอ คริสตัล พาเลซ วันที่ 23 พฤษภาคม นี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เบิร์นลีย์ – วิลล์ นอร์ริส, เบน มี, เจมส์ ทาร์คอฟสกี, ชาร์ลีย์ เทย์เลอร์, แม็ทธิว ลอว์ตัน, แจ๊ค คอร์ค, แอชลีย์ เวสต์วูด, ดไวท์ แม็คนีล, โยฮันน์ กุดมันส์สัน, คริส วูด, จอช บราวน์ฮิลล์

ลิเวอร์พูล – อลิสสัน, รีส์ วิลเลียมส์, แนตต์ ฟิลลิปส์, แอนดี โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ติอาโก้, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์